อำลาผู้ให้กำเนิดเทคโนโลยีรากฐานสิริ

กระดานสนทนา: 

อำลาผู้ให้กำเนิดเทคโนโลยีรากฐานสิริ
เวิลด์วาไรตี้ : อำลาผู้ให้กำเนิดเทคโนโลยีรากฐาน สิริ
ในห้องปฏิบัติการวิจัยของเอทีแอนด์ที เบลล์ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว มีทีมงานกลุ่มหนึ่งกำลังวุ่นวายกับอุปกรณ์แสดงผลด้านเสียง คอมพิวเตอร์ยุคโบราณ และทุ่มเทใช้สมองที่ชาญฉลาดในการสอนให้คอมพิวเตอร์ “ออกเสียง” และ “จดจำคำพูด” ของมนุษย์ ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีระบบจดจำคำพูดที่สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน เช่นสิริ (SIRI) ของแอปเปิล อิงค์กูเกิล วอยซ์ (Google Voice) ของกูเกิล อิงค์ ที่ให้บริการเสมือนเลขาฯ ส่วนตัวผู้ชาญฉลาดให้แก่เจ้าของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของทั้งสองค่าย

เทคโนโลยีการจดจำเสียงที่สร้างขึ้นมานั้น มีจุดประสงค์แรกเริ่มเดิมทีมาจากการที่ธนาคาร สายการบิน หรือบริษัทประกันภัย ต้องการให้บริการระบบตอบรับอัตโนมัติกับลูกค้า แทนการใช้คนรับสายที่อาจจะต้องเผชิญกับการระเบิดอารมณ์ของลูกค้าที่ไม่สบอารมณ์กับการบริการ และโทรแจ้งเข้ามายังศูนย์ฯ เพื่อให้แก้ไข

ในทีมวิจัยของห้องปฏิบัติการเอทีแอนด์ที เบลล์ ชุดนี้มี ดอกเตอร์เจมส์ แอล.ฟลานาแกน เป็นหัวหน้าการวิจัย เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขยายขอบเขตการใช้ระบบเสียง และเป็นผู้วางรากฐานด้านการจดจำคำพูด การประชุมทางไกล การสร้างไฟล์เสียงแบบเอ็มพี3 (MP3) และระบบการสื่อสารดิจิทัลด้วยเสียงมนุษย์

โลกรู้จักเขาดีจากผลงานวิชาการชื่อ “คอมพิวเตอร์ ที่พูดและฟัง : การสื่อสารด้วยเสียงระหว่างมนุษย์-เครื่องจักร” ที่ปรากฏในวารสารวิชาการ Proceeding of the I.E.E.E ของสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

นายลอว์เรนซ์ อาร์. เรบิเนอร์ เพื่อนและอดีตผู้ร่วมงาน ที่ปัจจุบันเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยรัทเกอร์ส และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานตาบาบารา กล่าวถึงดอกเตอร์ฟลานาแกนว่าเป็นผู้เขียนบทความแนะนำให้โลกได้รู้จักกับภาพของศตวรรษที่ 21 ในผลงานวิชาการที่เขียนขึ้นเมื่อ 39 ปีที่แล้ว ซึ่งจะมีใครสักกี่คนที่จะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลเช่นนั้นได้

ผลงานอื่นๆ ของดอกเตอร์ฟลานาแกน เช่น การสังเคราะห์เสียงจากกล่องเสียงมนุษย์ และการพิมพ์คำพูดของมนุษย์เป็นตัวอักษรโดยใช้เสียงโทนเดียว ที่ช่วยให้ผู้พิการหูหนวกสามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้จากระยะไกล รวมทั้งสิทธิบัตรผลงานการคิดค้นนวัตกรรมรวม 50 ฉบับ

นวัตกรรมของดอกเตอร์ฟลานาแกน ยังรวมไปถึงการเก็บบันทึกเสียงมนุษย์ในรูปแบบของดิจิทัล การสอนให้คอมพิวเตอร์เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณจังหวะดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญผู้นี้ยังช่วยสร้างระบบ “Force Feedback” ในถุงมือเพื่อการสัมผัสถึงวัตถุที่ไม่มีอยู่จริงในระบบ 3 มิติ ซึ่งคล้ายกับอุปกรณ์การเล่นเกมในยุคปัจจุบัน และคล้ายกับระบบการจำลองสภาพร่างกายมนุษย์ในถุงมือผ่าตัดในโลกเสมือนจริง

เขายังมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์เสียงสนทนาความยาว 18 นาทีครึ่งระหว่างประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน กับ นายเอช. ฮัลเดมาน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2515 ที่ถูกลบด้วยการอัดเสียงทับลงไปถึง 5 ครั้ง และใช้เครื่องลบเสียงลบข้อมูลบทสนทนาสำคัญในคดีที่เกี่ยวข้องกับการที่มีผู้ลักลอบเข้าห้องสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการระดับชาติของพรรคเดโมแครต ในอาคารชุดสำนักงานที่ส่วนหนึ่งทำเป็นโรงแรมวอเตอร์เกต

คดีนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาวอเมริกัน ที่ผลบ่งชี้ไปในทางที่ว่าผู้นำสหรัฐ (ในเวลานั้น) และคนใกล้ชิดส่งคนเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของพรรคคู่แข่งเพื่อลักลอบนำข้อมูลของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้ประธานาธิบดีนิกสันต้องกลายเป็นผู้นำสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ลาออกจากตำแหน่งทั้งที่ยังไม่หมดวาระ

น่าเศร้าที่ดอกเตอร์ฟลานาแกน สิ้นลมหายใจเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2558 ในวัย 90 ปี หลังจากที่ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่มนุษยชาติในยุคศตวรรษที่ 21 ได้ใช้งานกัน แต่น้อยคนจะรู้จักและรำลึกถึงผู้ทรงคุณูปการที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีจึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้

admin

admin เขียนเองแน่นอนเพราะว่าชื่อตรงที่ห้ตั้งกระทู้เขาเขียนชื่อว่า admin 55555 ขำหวะ

ต้องกราบขอภัยสมาชิกเป็นอย่างส

ต้องกราบขอภัยสมาชิกเป็นอย่างสูงครับ ขอชี้แจงว่า กระผมเอง ไม่ได้เขียนขึ้นมาเองแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าการความผิดพลาชที่ไม่ได้ให้เครดิดนะครับ ครั้งต่อไป จะได้ทำการแก้ไขและปรับปรุงครับ