มาลบขยะในคอมพิวยุเตอร์กันดีไหมครับ โดย นรินทร์ ชัยกาวิล

มาลบขยะในเครื่องคอมพิวยุเตอร์กันดีไหมครับ?
วันนี้ผมจะมาขายมะพร้าวห้าวในเรื่องของการ“ลบขยะในคอมพิวยุเตอร์”ครับ เพื่อทำให้คอมพิวยุเตอร์ของเราเบาและเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้หลายคนก็อาจจะรู้มาแล้ว แต่ก็อาจจะมีคนอีกไม่น้อยเลยก็ได้ครับที่ไม่รู้ว่าจะลบขยะหรือทำความสะอาดในคอมพิวยุเตอร์อย่างไรเพื่อให้เครื่องเบาและทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่านะครับว่าจะลบขยะในคอมพิวยุเตอร์ของเรานั้นได้อย่างไรบ้าง
วิธีแรกเลยก็คือการใช้โปรแกรมลบขยะครับ ซึ่งโปรแกรมลบขยะที่ผมจะแนะนำนี้ก็คือโปรแกรม CCleaner วิธีการลบก็ง่ายๆเลยครับ โดยไปที่หน้าเด็ดท็อคแล้วเลื่อนลูกศรหา(หรือคลิก)Recycle Bin เมื่อพบแล้วก็เลื่อนลูกศรหา รัน CCleaner แล้วก็กดเอ็นเทอร์ครับ(ในกรณีที่คุณเลื่อนลูกศรหา รั้น CCleaner ไม่พบก็แสดงว่า โปรแกรม CCleaner ในเคื่องคอมพิวยุเตอร์ของคุณไม่มีนั่นเอง และหากว่าเป็นอย่างนั้นละก็ คุณคงจะต้องข้ามวิธีนี้ไปดูวิธีต่อไปครับผม)เท่านี้ขั้นตอนการลบขยะที่ง่ายที่สุดในความคิดของผมก็เป็นอันสำเร็จครับ
วิธีลบขยะในคอมพิวยุเตอร์วิธีต่อไปเป็นวิธีการลบไฟล์ขยะโดยไม่ใช้โปรแกรมครับ คอมพ์จะบันทึกไฟล์เก็บไว้ใช้งานครั้งต่อไป เพื่อคราวหน้าจะทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น แต่มีผลเสียคือเครื่องจะบันทึกไฟล์ไว้มากมาย ไม่มีการลบถึงแม้ต่อมาไม่ได้ใช้งานอีกก็ตาม ซึ่งไฟล์ขยะนี้ถูกเก็บไว้ที่ C:\windows\prefetch เราสามารถลบไฟล์ซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์ Prefetch นี้ได้ทั้งหมด โดยจะไม่มีผลเสียใดๆต่อเครื่องคอมพิวยุเตอร์ของเร โดยกดปุ่ม Ctrl+A (เลือกทั้งหมด) แล้วกด Shift+Delete (ให้ลบแบบถาวร) แล้วกด Yes เพื่อยืนยันการลบครับ
(ในกรณีที่เราสั่ง Delete แบบธรรมดา เครื่องจะเอาไปเก็บไว้ที่ Recycle Bin ซึ่งทำให้เราต้องตามไปลบซ้ำอีกครั้งจึงจะหมดจด ดังนั้นจึงขอแนะนำให้กด Shift+Delete ในการลบไฟล์ขยะในวิธีการนี้ครับ)
วิธีที่สาม เราจะมาลบไฟล์ขยะในโฟลเดอร์ Temp ซึ่งเป็นพื้นที่จำลองที่โปรแกรมต่าง ๆ สร้างขึ้นเป็นไฟล์ชั่วคราวครับ ซึ่งโฟลเดอร์นี้ถูกเก็บอยู่ใน C:\Documents and Settings\Administrator\Local Setting\temp โดยวิธีการลบไฟล์ขยะในโฟลเดอร์นี้ก็ลบได้ด้วยการเปิดสตาร์ท เมนูแล้วเลื่อนลูกศรหา Start---> run---> พิมพ์คำสั่ง %Temp% แล้วกด Ok หรือ Enter คอมพิวยุเตอร์ของเราก็จะปรากฏหน้าต่างใหม่ขึ้นมา
ให้ลบไฟล์ที่ปรากฏนั้นให้หมดซึ่งไฟล์เหล่านี้เป็นไฟล์ที่ไม่จำเป็น และการลบไฟล์เหล่านี้ก็จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายใดๆกับคอมพิวยุเตอร์ของเรา โดยใช้คำสั่ง Delete แบบปกติหรือไปที่เมนู Edit แล้วเลือก Select All เพื่อเลือกไฟล์ทั้งหมด กดปุ่ม Shift + Delete เพื่อลบไฟล์ขยะแบบถาวร กด Yes เพื่อยืนยัน
(ในกรณีที่ลบไม่ได้ เพราะอาจมีไฟล์บางตัวถูกใช้งานอยู่
ให้ลบไฟล์เหล่านี้ในคราวหลังเมื่อคุณเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ ๆครับ
วิธีลบไฟล์ขยะวิธีที่สี่ เราจะมาลบไฟล์ขยะบางไฟล์ซึ่งเป็นไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง บางกับการทำงานในเครื่องคอมพิวยุเตอร์ของเราซึ่งบางทีมีผลทำให้เครื่องช้า และรวนได้ คือไฟล์ที่มีนามสกุล .tmp .old .bak .chk .htt วิธีการลบไฟล์เหล่านี้ก็ลบได้โดยไปที่ Start---> Search คลิกที่ All file and folders พิมพ์คำสั่ง .tmp;.old;*.bak;*.chk ลงในช่อง All file and folders (ช่องแรก)
คลิกปุ่ม Search รอโปรแกรมค้นหาเสร็จ ก็กดปุ่ม Ctrl+A (ให้เลือกทั้งหมด) แล้วกด Shift+Delete (ให้ลบแบบถาวร)แล้วกด Yes เพื่อยืนยันการลบ(ในกรณีที่ลบไม่ได้ ให้กลับไปลบไฟล์เหล่านี้ด้วยวิธีการเดียวกันกับวิธีการลบฟายขยะในตอนท้ายของวิธีการที่สามครับ)
วิธีการที่ห้า คราวนี้เราจะมาลบไฟลขยะซึ่งเป็นไฟล์ SQM (Software Quality Matrics) ซึ่งก็เป็นไฟล์ขยะ จะพบถูกซ่อนอยู่ที่ Drive ที่ทำการติดตั้ง Windows โดยได้สร้างขึ้นจากโปรแกรม Windows Live Messenger ซึ่งข้อมูลไฟล์เหล่านี้จะเก็บไว้ใช้สำหรับรอส่งกลับไปยัง Microsoft
เพื่อตรวจสอบ Error หรือ Bug ของโปรแกรมต่างๆ แล้วใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไข
ไฟล์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นทุกครั้งที่เปิดใช้งาน Windows Live Messenger โดยวิธีลบนั้นให้ไปที่ Start---> run---> พิมพ์คำสั่ง CMD กด Enter จะปรากฏหน้า Dos ขึ้นมา จากนั้นให้พิมพ์ Del /s /f \*.sqm ใส่ลงไปใน Dos แล้วกด Enter แล้ว Dos จะรายงานว่าได้ลบอะไรไปบ้าง ก็เป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการลบขยะในขั้นตอนนี้แล้วครับ
วิธีการที่หก เราจะมาตามลบไฟล์ขยะไม่ให้เหลือตกค้าง เมื่อคุณสั่ง Delete เพื่อลบไฟล์นั้น ในทางทฤษฎีแล้วไฟล์นั้นจะยังไม่ถูกลบออกไปจริง ๆ คงเหลือร่องรอยทิ้งอยู่ (อาจสามารถกู้ได้)เพียงแต่วินโดวส์จะแสดงว่าในพื้นที่ส่วนนั้น ๆ เป็นที่ว่าง และสามารถเขียนทับตำแหน่งนั้นได้ นอกจากนี้บางไฟล์ยังถูกนำไปเก็บไว้ในถังขยะ (Recycle Bin) เผื่อในกรณีที่เราอยากจะได้ไฟล์เหล่านี้กลับมาก็จะสามารถนำกลับมาอีกได้ แต่หากคุณมั่นใจว่าไม่ใช้งานแล้ว หรือเป็นข้อมูลปกปิดส่วนตัว โดยเฉพาะไฟล์ตามข้อสองและข้อสาม คุณควรตามไปลบซ้ำให้หมดจดโดยคลิกขวาที่ไอคอน Recycle Bin แล้วเลือกคำสั่ง Empty Recycle Bin แล้วกด Enter เพื่อลบไฟล์อย่างถาวร
วิธีการที่เจ็ดครับ คราวนี้เราก็จะมาลบไฟล์ขยะในบราวท์เซอร์ที่เราใช้กันบ้างเพื่อว่าด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ การเข้าอินเตอร์เน็ตในครั้งต่อไป เราก็จะไม่ต้องกังวลกับปัญหาไฟล์ขยะและไวรัสอีกต่อไป
สำหรับ Internet Explorer : ให้คลิกเมนู Tools ---> Internet Options คลิกเลือกแถบ Advanced แล้วเลื่อนลงมาที่หัวข้อ Security คลิกเลือกหัวข้อ Empty Temporary Internet Files folder when browser is closed แล้วกดปุ่ม Apply แล้ว OK ส่วนผู้ที่ใช้ Firefox : ให้คลิกเมนู Tools ---> Options คลิกเลือกแถบ Privacy แล้วลงมาคลิกทำเครื่องหมายถูกที่หัวข้อ Clear history when firefox closes จากนั้นคลิกที่ Settings จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา คลิกทำเครื่องหมายถูกเพิ่มที่หัวข้อ Saved passwords แล้วกดปุ่ม OK แล้ว OK
แล้วก็มาถึงวิธีการสุดท้ายที่ผมพอมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กันนะครับ(ซึ่งผมเข้าใจว่าคงจะมีวิธีการอีกไม่น้อยในการลบไฟล์ขยะ หากว่ามีท่านผู้รู้ท่านใดมีวิธีการดีๆก็ช่วยแนะนำผมเพิ่มเติมได้ครับ)วิธีการสุดท้ายนี้เป็นการปรับค่าใน System Restore ซึ่งก็มีความเกี่ยวข้องกับไฟล์ขยะ เพราะจะช่วยทำให้ผลิตขยะน้อยลง ตามปกติ Windows xp จะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ Restore โดยกันเป็นร้อยละ ยิ่งถ้า HDD มีขนาดใหญ่ System Restore จะกันไว้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นสักเท่าไหร่นัก เราจะมาปรับลดกัน โดยคลิกขวาที่ My computer---> Properties จะมีหน้าต่างใหม่ขึ้นมา คลิกที่แถบ System Restore ให้เลือก C: แล้วกด Setting และเลื่อนลูกศรจากสูงสุดมาทางต่ำสุดเหลือแค่ 4 - 5% ครับ แล้วกด Ok หรือ Enter ซึ่งเราสามารถไปปรับตั้งที่ drive อื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน หรือถ้ามีความมั่นใจว่าไม่ได้ใช้ก็ปิด System Restore ไปเลยก็ได้ครับ โดยทำเครื่องหมายถูกที่ Turn off System Restore on all drives แล้วกดยอมรับ. ซึ่งในวิธีการสุดท้ายนี้
ก็จะขอเตือนคุณผู้อ่านไว้ก่อนครับว่า หากคุณเป็นผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งไม่สามารถซ่อมแซมไฟล์ได้หรือไม่พร้อมที่จะทดลองละก็ โปรดระมัดระวังในการกระทำตามขั้นตอนเหล่านี้ด้วยครับ แต่สำหรับคุณผู้อ่านที่สามารถซ่อมแซม หรือทำ System Restore หรือ Ghost ได้ก็ให้ทำการลบขยะในเครื่องได้เลย โดยการ
prefetchครับ
หวังว่าบทความที่อาจเป็น“มะพร้าวห้าว”สำหรับผู้ที่มีความชำนิชำนาญในการใช้คอมพิวยุเตอร์ที่ผมนำมาจากสวนและขายให้กับคุณผู้อ่านในวันนี้นั้นจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านนะครับ ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกท่านครับผม